ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
โปรโมชั่น
ทันตแพทย์เฉพาะทาง · ทันตกรรมสไตล์เกาหลี · เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. @seouldental 02-123-4567
จัดฟันโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง

จัดฟัน (Orthodontics)

การจัดฟัน (Orthodontic Treatment) คือกระบวนการทางทันตกรรมที่มีการใช้อุปกรณ์เครื่องมืออย่าง เหล็กดัดฟัน เซรามิกในการเข้ามาช่วยรักษาความผิดปกติของการจัดเรียงฟัน การสบฟัน ปัญหาฟันซ้อน ฟันเก ฟันห่าง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1.5-3 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทและความซับซ้อนของปัญหาฟันของคนไข้แต่ละคน

  • ทันตแพทย์เฉพาะทางจัดฟัน วางแผนด้วยระบบดิจิทัล 3 มิติ
  • เลือกได้หลายแบบ: โลหะ · เซรามิก · ใส · ดามอน
  • ราคาเริ่มต้นประมาณ 25,000-180,000 บาทขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับประเภทและค่าใช้จ่ายในการเคลียร์ช่องปากก่อนจัดฟัน)
  • เหมาะกับผู้ที่ปัญหาเรื่องการเรียงตัวฟัน การสบฟันที่ผิดปกติ โดยอายุที่แนะนำให้เริ่มพบทันตแพทย์เพื่อจัดฟันครั้งแรกอยู่ที่ประมาณ 7 ปีขึ้นไป

จัดฟัน คืออะไร?

การจัดฟัน คือการรักษาทางทันตกรรมเฉพาะทาง โดยการใช้แรงดึงหรือแรงดันอย่างต่อเนื่องเพื่อเคลื่อนตัวฟันไปอยู่ยังตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อช่วยแก้ปัญหาการเรียงตัวของฟัน การสบฟัน และช่วยเรื่องความสวยงามของรอยยิ้ม ซึ่งการจัดฟันจำเป็นจะต้องอาศัยการวางแผนและประเมินจากทันตแพทย์เฉพาะทางในการจัดฟัน (Orthodontist) เพื่อความปลอดภัยของตัวคนไข้เอง

[ ภาพประกอบ ]

จัดฟันกับดัดฟันต่างกันอย่างไร?

หลาย ๆ คนอาจใช้คำว่า “จัดฟัน” หรือ “ดัดฟัน” ปะปนกัน แต่ในทางทันตกรรมแล้วทั้ง 2 คำคือกระบวนการเดียวกัน นั่นก็คือการใช้เครื่องมือในการจัดฟันเพื่อเคลื่อนตัวฟัน แต่ทั้งนี้คำว่า “ดัดฟัน” จะเป็นคำเรียกแบบทั่วไป แต่ “จัดฟัน” จะใช้เรียกในบริบททางการแพทย์มากกว่า แต่ทั้งนี้ 2 คำถือว่าไม่มีความแตกต่างกันในเรื่องของกระบวนการรักษา

การจัดฟันเหมาะกับใคร ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

ตารางการเปรียบเทียบจัดฟันทุกแบบ ควรเลือกแบบไหน

การเปรียบเทียบโลหะเซรามิกแบบไม่รัดยางจัดฟันด้านในจัดฟันใส
ราคาโดยประมาณ25,000-45,000 บาท35,000-55,000 บาท45,000-70,000 บาท100,000-180,000 บาท80,000-160,000 บาท
ระยะเวลาโดยเฉลี่ย1.5-3 ปี1.5-3 ปี1-2.5 ปี2-3 ปี6 เดือน-2 ปี
ระดับความเจ็บปานกลางปานกลางน้อย-ปานกลางเจ็บมากกว่าแบบอื่นในช่วงแรกเจ็บน้อย
ความสวยงามมองเห็นอุปกรณ์จัดฟันชัดสีเครื่องมือกลืนเข้ากับเนื้อฟันขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องมือว่าเป็นโลหะหรือเซรามิกมองไม่เห็นอุปกรณ์มองเห็นเครื่องมือได้น้อยมาก
การดูแลดูแลง่ายทนทานต้องระวังคราบสีจากการทานอาหารจำนวนครั้งที่เข้าพบหมอน้อยกว่าทำความสะอาดยากกว่าแบบอื่นถอดทำความสะอาดง่าย
เหมาะกับใครมีงบจำกัด เป็นเคสซับซ้อนผู้ที่ต้องการความสวยงามระดับปานกลางผู้ที่ต้องการลดเวลาการพบหมอผู้ที่กังวลเรื่องภาพลักษณ์ผู้ที่มีปัญหาเคสฟันไม่ซับซ้อน จัดฟันรอบ 2
ข้อจำกัดไม่สวยงาม ต้องหาหมอทุกเดือนราคาสูงกว่า และเครื่องมือแตกง่ายกว่าโลหะมีค่าใช้จ่ายสูงปรับเครื่องมือแต่ละครั้งยาก ราคาสูงไม่เหมาะกับเคสที่มีความซับซ้อนมาก

ราคาค่าบริการถือเป็นราคาแบบทั่วไป ซึ่งราคาอาจแตกต่างกันตามความซับซ้อนของเคสและคลินิกที่เข้ารับบริการ ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อประเมินราคาที่แท้จริงก่อนทำทุกครั้ง

จัดฟันแต่ละแบบใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่

โดยเฉลี่ยแล้วการจัดฟันจะใช้เวลาประมาณ 1.5-3 ปีในเคสที่ทั่วไปไม่ซับซ้อน ส่วนการจัดฟันใสมักจะใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 6-18 เดือน ซึ่งระยะเวลาในการจัดฟันจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่เป็นส่วนเกี่ยวข้อง เช่น

เปิด Timeline การจัดฟันแบบเดือนต่อเดือน

จัดฟันมีกี่แบบ

[ รูปประกอบ ]

จัดฟันแบบโลหะ (Metal Braces)

ราคาเริ่มต้น 40,000 บาท
หมายเหตุ

เตรียมตัวก่อนจัดฟัน

จัดฟันราคาเท่าไหร่

คลินิกส่วนใหญ่มักจะมีการแจ้งราคาเป็นแค่ส่วนของค่าจัดฟัน แต่ในความเป็นจริงแล้วการจัดฟันจะมีค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องหลายรายการ ดังนี้

รายการค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
ค่าจัดฟัน25,000-180,000 บาท
ค่า X-ray / CT scan ฟัน500-3,000 บาท
ค่าซ่อมเครื่องมือ / ลวด (กรณีเครื่องมือหลุด)200-1,500 บาท
ค่า Mini-screw (กรณีแพทย์มองว่าจำเป็น)3,000-8,000 บาท
ค่ารีเทนเนอร์หลังจัดฟันเสร็จ3,000-10,000 บาท
ค่าเคลียร์ช่องปากก่อนจัดฟัน
– ถอนฟัน
– อุดฟัน
– ผ่าฟันคุด
– รักษารากฟัน
– ขูดหินปูน
(ค่าเคลียร์ฟันจะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และปัญหาเดิมของฟัน)

1,000-3,000 บาท / ซี่
600-5,000 บาท / ด้าน
3,000-8,000 บาท / ซี่
9,000-13,000 บาท / ซี่
900-2,000 บาท / ครั้ง

ราคาเป็นการประมาณการทั่วไป ไม่ใช่ราคาที่แน่นอน ควรตรวจสอบราคาค่าบริการของแต่ละคลินิกให้ถี่ถ้วนก่อนทำทุกครั้ง

การจัดฟันแฟชั่น/จัดฟันเถื่อน อันตรายจริงไหม

การจัดฟันแฟชั่น การจัดฟันเถื่อน เป็นการจัดฟันโดยผู้ทำหัตถการไม่ใช่ทันตแพทย์ มีการใช้เครื่องมือที่ไม่ได้มาตรฐาน จึงทำให้มีความเสี่ยงสูงมาก ๆ ต่อร่างกายไม่ว่าจะเป็น การติดเชื้อในช่องปาก ปัญหาฟันเคลื่อนจนฟันล้ม หรือมีการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ปลอดภัยต่อร่างกายมนุษย์

ดังนั้นจึงไม่ควรรับบริการกับการจัดฟันเถื่อนอย่างยิ่ง หรือไม่รับบริการจัดฟันนอกสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต และทำกับผู้ให้บริการที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพอย่างเด็ดขาด

จัดฟันสามารถจ่ายแบบผ่อนได้ไหม ประกันสังคมครอบคลุมหรือไม่

หลาย ๆ คลินิกทำฟันในไทยจะมีระบบที่ให้คนไข้สามารถทยอยจ่ายแบบผ่อนได้ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละคลินิก ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนชำระแบบ 0% ตั้ง 3-24 งวด หรือมีการแบ่งการจ่ายเป็นครั้ง ๆ เช่น

ตัวอย่างโปรแกรมผ่อนชำระค่าจัดฟั

ซึ่งในส่วนของประกันสังคมและประกันสุขภาพทั่วไปนั้นไม่ได้ครอบคลุมราคาค่าจัดฟัน แต่จะสามารถใช้ในกรณีเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าเคลียร์ช่องปากได้ ตามกฎข้อบังคับในช่วงเวลาดังกล่าว

ขั้นตอนการจัดฟันตั้งแต่เริ่มจนเสร็จ

  1. การเข้าปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อตรวจสภาพฟัน เอกซเรย์ (X-ray) พิมพ์ฟันหรือสแกนฟันแบบ 3 มิติ
  2. ทันตแพทย์วางแผนการรักษา มีการแนะนำชนิดของการจัดฟัน ประเมินการถอนฟัน หรือการใช้อุปกรณ์เสริม เช่น การเจาะสกรูยึดฟัน การผ่าตัดขากรรไกร เพื่อให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น
  3. เคลียร์ช่องปาก ไม่ว่าจะเป็นการขูดหินปูน การอุดฟัน ถอนฟัน การรักษาโรคเหงือกต่าง ๆ ก่อนติดเครื่องมือ
  4. ติดเครื่องมือจัดฟัน หรือรับอุปกรณ์จัดฟันครั้งแรก
  5. มาปรับเครื่องมือตามนัดของทันตแพทย์ทุก ๆ เดือน หรือตาม 2-3 เดือนครั้งขึ้นอยู่กับชนิดของการจัดฟันที่เลือก
  6. ถอดเครื่องมือการจัดฟันออก เมื่อฟันเรียงตัวตามแผนการรักษาที่วางไว้แล้ว
  7. ใส่รีเทนเนอร์เพื่อคงสภาพฟัน ไม่ให้ฟันล้ม

ทำไมต้องจัดฟันที่ Seoul

เลือกคลินิกจัดฟันที่ไหนดี

  • เลือกคลินิกที่มีใบอนุญาตและวุฒิบัตรเฉพาะทางจัดฟัน (Orthodontist) จริง และสามารถตรวจสอบได้
  • เลือกคลินิกที่มีรีวิวหรือผลงานการจัดฟันจริงที่น่าเชื่อถือได้
  • เลือกคลินิกที่มีความสะอาด ถูกหลักอนามัย
  • เลือกคลินิกที่สะดวกต่อการเดินทางเนื่องจากจะต้องมีการไปพบทันตแพทย์ตามนัดทุก ๆ เดือน
ข้อดีของการจัดฟัน
  • ฟันเรียงตัวกันเป็นระเบียบและสวยงามยิ่งขึ้น
  • ช่วยทำให้การเคี้ยวอาหารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • ช่วยทำให้ทำความสะอาดฟันง่ายขึ้น
  • ช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาฟันและสุขภาพเหงือกในระยะยาว
ข้อจำกัดของการจัดฟัน
  • ใช้ระยะเวลานาน
  • มีราคาค่าใช้จ่ายที่ปานกลางถึงสูง
  • ต้องมีการให้ความสำคัญกับการดูแลความสะอาดเป็นพิเศษในระหว่างการจัดฟัน
  • อาจทำให้รู้สึกไม่สบายหรือส่งผลต่อการเคี้ยวหรือทานอาหารในช่วงแรกได้

วิธีดูแลฟันระหว่างจัดฟันและหลังจัดฟัน

การใส่รีเทนเนอร์หลังจัดฟัน

หลังจากที่จัดฟันเสร็จและถอนเครื่องมือจัดฟันออกแล้ว จะยังไม่ถือว่าการเสร็จสิ้นทั้งหมด เพราะสิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือการใส่รีเทนเนอร์ โดยในช่วง 6 เดือนแรกควรจะต้องใส่ตลอดเวลา ถอดออกเฉพาะตอนทานอาหาร และหลังจากนั้นสามารถลดลงจนเหลือแค่ใส่เฉพาะตอนนอนได้ ซึ่งตามความจริงแล้วแพทย์จะแนะนำให้ใส่ตอนนอนแบบตลอดชีวิต ซึ่งปัจจุบันรีเทนเนอร์เองก็มีหลายแบบให้เลือก ดังนี้

  • รีเทนเนอร์แบบลวด (Hawley Retainer) : มีลักษณะเป็นลวดพาดผ่านด้านหน้าฟันที่มีฐานเป็นพลาสติก มีความแข็งแรงสูง มีอายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุด และมีราคาถูกที่สุด
  • รีเทนเนอร์แบบใส (Clear Retainer) : ทำจากพลาสติกใสขึ้นรูปตามลักษณะของฟัน คล้ายกับที่จัดฟันใส โดยพลาสติกจะหุ้มฟันทั้งหมด ทำให้ใส่แล้วมองไม่เห็นรีเทนเนอร์ แต่มีข้อเสียคือแตกหักง่าย และสีเหลืองง่าย
  • รีเทนเนอร์แบบติดแน่น (Fixed / Bonded Retainer) : จะเป็นลวดเส้นเล็ก ๆ ที่ติดไว้กับฟันด้านใน เป็นการใส่แบบถาวร แต่ข้อเสียคือทำความสะอาดยาก

คำถามที่พบบ่อย

เริ่มจัดฟันได้ตั้งแต่อายุเท่าไร
ตามแนวทางของ American Association of Orthodontists (AAO) ระบุว่าสามารถพบทันตแพทย์เพื่อจัดฟันได้ตั้งแต่อายุ 7 ปีขึ้นไป
จำเป็นต้องถอนฟันไหม
ไม่จำเป็นเสมอไปขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละเคส แต่ส่วนใหญ่หากจัดฟันในผู้ใหญ่ที่มีฟันคุดขึ้นแล้วทันตแพทย์ก็อาจจะแนะนำให้ถอนหรือผ่าฟันคุดออกเลยเพื่อป้องกันปัญหาฟันคุดขึ้นเป็นแนวนอนในอนาคต
ครั้งแรกเจ็บไหม เลือกแบบไหนเจ็บน้อย
โดยทั่วไปในช่วงแรก ๆ ของการจัดฟันอาจจะไม่ค่อยรู้สึกเจ็บมากนัก แต่จะเป็นความไม่ชินมากกว่า โดยอาการปวดฟันมักจะเกิดขึ้นในช่วงที่มีการปรับเครื่องมือในแต่ละเครื่อง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดึงฟันของทันตแพทย์ร่วมด้วย ส่วนการจัดฟันที่เจ็บน้อยที่สุดคือแบบไม่รัดยาง ที่จะไม่ค่อยเจอแรงดึงยางเหมือนแบบโลหะ
จัดฟันทำให้หน้าเปลี่ยนจริงไหม
ในบางเคสอาจทำให้รูปหน้าเปลี่ยนขึ้นได้จริง เช่น หน้าเรียวขึ้นจากการจัดฟันแบบถอนฟันร่วมด้วย หรือมีการผ่าตัดขากรรไกรร่วมด้วยเป็นต้น หรืออาจทำให้รูปปากที่จากเดิมมีการยื่นออกมาหุบหรือสมดุลขึ้นเล็กน้อยก็ได้
ผ่าตัดขากรรไกรก่อนจัดฟันได้ไหม
ในเคสที่แพทย์ระบุว่าจะต้องมีการผ่าตัดขากรรไกร (Orthognathic Surgery) ร่วมด้วยนั้นในบางรายแพทย์จะมีการจัดฟันเพื่อเตรียมตำแหน่งฟันก่อนและหลังการผ่าตัดเพื่อให้การรักษาเป็นไปตามแผนที่วางไว้

สรุป

การจัดฟันเหมาะกับทุกคนที่มีปัญหาในเรื่องของการเรียงตัวของฟัน การสบฟัน และสามารถทำได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยสิ่งที่ควรให้ความสำคัญที่สุดก็คือการเลือกทำกับทันตแพทย์ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการจัดฟัน คลินิกทำฟันที่ได้มาตรฐาน และมีใบอนุญาตที่ถูกต้อง หากสนใจเข้ารับการปรึกษาและประเมินแผนการรักษา สามารถติดต่อนัดหมายได้ทาง

เริ่มต้นรอยยิ้มสวยสไตล์เกาหลีวันนี้

ปรึกษาทีมทันตแพทย์ของ Seoul Korean Dental Clinic ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย นัดหมายง่าย ๆ ผ่านไลน์หรือโทร