จัดฟัน (Orthodontics)
การจัดฟัน (Orthodontic Treatment) คือกระบวนการทางทันตกรรมที่มีการใช้อุปกรณ์เครื่องมืออย่าง เหล็กดัดฟัน เซรามิกในการเข้ามาช่วยรักษาความผิดปกติของการจัดเรียงฟัน การสบฟัน ปัญหาฟันซ้อน ฟันเก ฟันห่าง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1.5-3 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทและความซับซ้อนของปัญหาฟันของคนไข้แต่ละคน
- ทันตแพทย์เฉพาะทางจัดฟัน วางแผนด้วยระบบดิจิทัล 3 มิติ
- เลือกได้หลายแบบ: โลหะ · เซรามิก · ใส · ดามอน
- ราคาเริ่มต้นประมาณ 25,000-180,000 บาทขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับประเภทและค่าใช้จ่ายในการเคลียร์ช่องปากก่อนจัดฟัน)
- เหมาะกับผู้ที่ปัญหาเรื่องการเรียงตัวฟัน การสบฟันที่ผิดปกติ โดยอายุที่แนะนำให้เริ่มพบทันตแพทย์เพื่อจัดฟันครั้งแรกอยู่ที่ประมาณ 7 ปีขึ้นไป
จัดฟัน คืออะไร?
การจัดฟัน คือการรักษาทางทันตกรรมเฉพาะทาง โดยการใช้แรงดึงหรือแรงดันอย่างต่อเนื่องเพื่อเคลื่อนตัวฟันไปอยู่ยังตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อช่วยแก้ปัญหาการเรียงตัวของฟัน การสบฟัน และช่วยเรื่องความสวยงามของรอยยิ้ม ซึ่งการจัดฟันจำเป็นจะต้องอาศัยการวางแผนและประเมินจากทันตแพทย์เฉพาะทางในการจัดฟัน (Orthodontist) เพื่อความปลอดภัยของตัวคนไข้เอง
จัดฟันกับดัดฟันต่างกันอย่างไร?
หลาย ๆ คนอาจใช้คำว่า “จัดฟัน” หรือ “ดัดฟัน” ปะปนกัน แต่ในทางทันตกรรมแล้วทั้ง 2 คำคือกระบวนการเดียวกัน นั่นก็คือการใช้เครื่องมือในการจัดฟันเพื่อเคลื่อนตัวฟัน แต่ทั้งนี้คำว่า “ดัดฟัน” จะเป็นคำเรียกแบบทั่วไป แต่ “จัดฟัน” จะใช้เรียกในบริบททางการแพทย์มากกว่า แต่ทั้งนี้ 2 คำถือว่าไม่มีความแตกต่างกันในเรื่องของกระบวนการรักษา
การจัดฟันเหมาะกับใคร ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง
- ผู้ที่มีปัญหาฟันซ้อน ฟันเก ฟันเรียงตัวกันไม่เป็นระเบียบ
- ผู้ที่มีปัญหาฟันห่าง
- ผู้ที่มีปัญหาฟันสบลึก ฟันยื่น
- ผู้ที่มีปัญหาขากรรไกรผิดปกติ (บางเคสอาจจะต้องทำร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร)
- ผู้ที่มีปัญหาการเคี้ยวอาหารจากการเรียงตัวของฟัน
ตารางการเปรียบเทียบจัดฟันทุกแบบ ควรเลือกแบบไหน
| การเปรียบเทียบ | โลหะ | เซรามิก | แบบไม่รัดยาง | จัดฟันด้านใน | จัดฟันใส |
|---|---|---|---|---|---|
| ราคาโดยประมาณ | 25,000-45,000 บาท | 35,000-55,000 บาท | 45,000-70,000 บาท | 100,000-180,000 บาท | 80,000-160,000 บาท |
| ระยะเวลาโดยเฉลี่ย | 1.5-3 ปี | 1.5-3 ปี | 1-2.5 ปี | 2-3 ปี | 6 เดือน-2 ปี |
| ระดับความเจ็บ | ปานกลาง | ปานกลาง | น้อย-ปานกลาง | เจ็บมากกว่าแบบอื่นในช่วงแรก | เจ็บน้อย |
| ความสวยงาม | มองเห็นอุปกรณ์จัดฟันชัด | สีเครื่องมือกลืนเข้ากับเนื้อฟัน | ขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องมือว่าเป็นโลหะหรือเซรามิก | มองไม่เห็นอุปกรณ์ | มองเห็นเครื่องมือได้น้อยมาก |
| การดูแล | ดูแลง่ายทนทาน | ต้องระวังคราบสีจากการทานอาหาร | จำนวนครั้งที่เข้าพบหมอน้อยกว่า | ทำความสะอาดยากกว่าแบบอื่น | ถอดทำความสะอาดง่าย |
| เหมาะกับใคร | มีงบจำกัด เป็นเคสซับซ้อน | ผู้ที่ต้องการความสวยงามระดับปานกลาง | ผู้ที่ต้องการลดเวลาการพบหมอ | ผู้ที่กังวลเรื่องภาพลักษณ์ | ผู้ที่มีปัญหาเคสฟันไม่ซับซ้อน จัดฟันรอบ 2 |
| ข้อจำกัด | ไม่สวยงาม ต้องหาหมอทุกเดือน | ราคาสูงกว่า และเครื่องมือแตกง่ายกว่าโลหะ | มีค่าใช้จ่ายสูง | ปรับเครื่องมือแต่ละครั้งยาก ราคาสูง | ไม่เหมาะกับเคสที่มีความซับซ้อนมาก |
ราคาค่าบริการถือเป็นราคาแบบทั่วไป ซึ่งราคาอาจแตกต่างกันตามความซับซ้อนของเคสและคลินิกที่เข้ารับบริการ ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อประเมินราคาที่แท้จริงก่อนทำทุกครั้ง
จัดฟันแต่ละแบบใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่
โดยเฉลี่ยแล้วการจัดฟันจะใช้เวลาประมาณ 1.5-3 ปีในเคสที่ทั่วไปไม่ซับซ้อน ส่วนการจัดฟันใสมักจะใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 6-18 เดือน ซึ่งระยะเวลาในการจัดฟันจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่เป็นส่วนเกี่ยวข้อง เช่น
- ระดับความซับซ้อนของการเรียงและการสบฟัน
- อายุของผู้เข้ารับบริการ ยิ่งมีอายุ 20 ปีขึ้นไปโครงสร้างกระดูกจะมีความหนาแน่น ทำให้ฟันเคลื่อนที่ช้ากว่าเด็ก
- ความสม่ำเสมอในการใส่เครื่องมือหรือการเข้าพบทันตแพทย์
เปิด Timeline การจัดฟันแบบเดือนต่อเดือน
- เดือน 1-3 : เป็นช่วงที่คนไข้จะต้องมีการปรับตัวเข้ากับเครื่องมือ ซึ่งอาจรู้สึกเสียวฟันหรือปวดฟันในช่วงแรก
- เดือน 4-12 : ฟันเริ่มค่อย ๆ เรียงตัวกันชัดขึ้น โดยจะต้องมีการเข้าพบทันตแพทย์เพื่อเปลี่ยนลวดตามนัดทุกเดือน
- ปีที่ 2 : เป็นการปรับตำแหน่งของฟันโดยละเอียด เพื่อให้การสบฟันดียิ่งขึ้น
- ช่วงท้ายของการจัดฟัน : จะเป็นการเก็บรายละเอียดของการจัดฟัน ก่อนถอดเครื่องมือ
จัดฟันมีกี่แบบ
จัดฟันแบบโลหะ (Metal Braces)
ราคาเริ่มต้น 40,000 บาทเตรียมตัวก่อนจัดฟัน
จัดฟันราคาเท่าไหร่
คลินิกส่วนใหญ่มักจะมีการแจ้งราคาเป็นแค่ส่วนของค่าจัดฟัน แต่ในความเป็นจริงแล้วการจัดฟันจะมีค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องหลายรายการ ดังนี้
| รายการ | ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ |
|---|---|
| ค่าจัดฟัน | 25,000-180,000 บาท |
| ค่า X-ray / CT scan ฟัน | 500-3,000 บาท |
| ค่าซ่อมเครื่องมือ / ลวด (กรณีเครื่องมือหลุด) | 200-1,500 บาท |
| ค่า Mini-screw (กรณีแพทย์มองว่าจำเป็น) | 3,000-8,000 บาท |
| ค่ารีเทนเนอร์หลังจัดฟันเสร็จ | 3,000-10,000 บาท |
| ค่าเคลียร์ช่องปากก่อนจัดฟัน – ถอนฟัน – อุดฟัน – ผ่าฟันคุด – รักษารากฟัน – ขูดหินปูน (ค่าเคลียร์ฟันจะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และปัญหาเดิมของฟัน) | 1,000-3,000 บาท / ซี่ 600-5,000 บาท / ด้าน 3,000-8,000 บาท / ซี่ 9,000-13,000 บาท / ซี่ 900-2,000 บาท / ครั้ง |
ราคาเป็นการประมาณการทั่วไป ไม่ใช่ราคาที่แน่นอน ควรตรวจสอบราคาค่าบริการของแต่ละคลินิกให้ถี่ถ้วนก่อนทำทุกครั้ง
การจัดฟันแฟชั่น/จัดฟันเถื่อน อันตรายจริงไหม
การจัดฟันแฟชั่น การจัดฟันเถื่อน เป็นการจัดฟันโดยผู้ทำหัตถการไม่ใช่ทันตแพทย์ มีการใช้เครื่องมือที่ไม่ได้มาตรฐาน จึงทำให้มีความเสี่ยงสูงมาก ๆ ต่อร่างกายไม่ว่าจะเป็น การติดเชื้อในช่องปาก ปัญหาฟันเคลื่อนจนฟันล้ม หรือมีการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ปลอดภัยต่อร่างกายมนุษย์
ดังนั้นจึงไม่ควรรับบริการกับการจัดฟันเถื่อนอย่างยิ่ง หรือไม่รับบริการจัดฟันนอกสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต และทำกับผู้ให้บริการที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพอย่างเด็ดขาด
จัดฟันสามารถจ่ายแบบผ่อนได้ไหม ประกันสังคมครอบคลุมหรือไม่
หลาย ๆ คลินิกทำฟันในไทยจะมีระบบที่ให้คนไข้สามารถทยอยจ่ายแบบผ่อนได้ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละคลินิก ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนชำระแบบ 0% ตั้ง 3-24 งวด หรือมีการแบ่งการจ่ายเป็นครั้ง ๆ เช่น
ตัวอย่างโปรแกรมผ่อนชำระค่าจัดฟั
- งวดที่ 1 : จ่ายค่าถ่ายรูป พิมพ์ฟัน ค่าเอกซเรย์ฟัน ในวันแรกที่ปรึกษาและตัดสินใจจัดฟัน
- งวดที่ 2 : จ่ายค่าเคลียร์ช่องปาก ในวันที่หมอนัดเคลียร์ช่องปาก (จ่ายราคาตามรายการที่ทันตแพทย์แจ้ง)
- งวดที่ 3 : จ่ายค่าติดเครื่องมืออุปกรณ์จัดฟัน (งวดนี้อาจแบ่งแยกเป็นฟันบนและล่าง ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของคลินิก)
- งวดต่อไป : จ่ายค่าปรับลวดครั้งแรก – ครั้งสุดท้าย เป็นการผ่อนจ่ายเดือนละ 1,000-2,000 บาท (แล้วแต่โปรโมชั่นของคลินิก)
- งวดสุดท้าย : จ่ายค่ารีเทนเนอร์
ซึ่งในส่วนของประกันสังคมและประกันสุขภาพทั่วไปนั้นไม่ได้ครอบคลุมราคาค่าจัดฟัน แต่จะสามารถใช้ในกรณีเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าเคลียร์ช่องปากได้ ตามกฎข้อบังคับในช่วงเวลาดังกล่าว
ขั้นตอนการจัดฟันตั้งแต่เริ่มจนเสร็จ
- การเข้าปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อตรวจสภาพฟัน เอกซเรย์ (X-ray) พิมพ์ฟันหรือสแกนฟันแบบ 3 มิติ
- ทันตแพทย์วางแผนการรักษา มีการแนะนำชนิดของการจัดฟัน ประเมินการถอนฟัน หรือการใช้อุปกรณ์เสริม เช่น การเจาะสกรูยึดฟัน การผ่าตัดขากรรไกร เพื่อให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น
- เคลียร์ช่องปาก ไม่ว่าจะเป็นการขูดหินปูน การอุดฟัน ถอนฟัน การรักษาโรคเหงือกต่าง ๆ ก่อนติดเครื่องมือ
- ติดเครื่องมือจัดฟัน หรือรับอุปกรณ์จัดฟันครั้งแรก
- มาปรับเครื่องมือตามนัดของทันตแพทย์ทุก ๆ เดือน หรือตาม 2-3 เดือนครั้งขึ้นอยู่กับชนิดของการจัดฟันที่เลือก
- ถอดเครื่องมือการจัดฟันออก เมื่อฟันเรียงตัวตามแผนการรักษาที่วางไว้แล้ว
- ใส่รีเทนเนอร์เพื่อคงสภาพฟัน ไม่ให้ฟันล้ม
ทำไมต้องจัดฟันที่ Seoul
เลือกคลินิกจัดฟันที่ไหนดี
- เลือกคลินิกที่มีใบอนุญาตและวุฒิบัตรเฉพาะทางจัดฟัน (Orthodontist) จริง และสามารถตรวจสอบได้
- เลือกคลินิกที่มีรีวิวหรือผลงานการจัดฟันจริงที่น่าเชื่อถือได้
- เลือกคลินิกที่มีความสะอาด ถูกหลักอนามัย
- เลือกคลินิกที่สะดวกต่อการเดินทางเนื่องจากจะต้องมีการไปพบทันตแพทย์ตามนัดทุก ๆ เดือน
- ฟันเรียงตัวกันเป็นระเบียบและสวยงามยิ่งขึ้น
- ช่วยทำให้การเคี้ยวอาหารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
- ช่วยทำให้ทำความสะอาดฟันง่ายขึ้น
- ช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาฟันและสุขภาพเหงือกในระยะยาว
- ใช้ระยะเวลานาน
- มีราคาค่าใช้จ่ายที่ปานกลางถึงสูง
- ต้องมีการให้ความสำคัญกับการดูแลความสะอาดเป็นพิเศษในระหว่างการจัดฟัน
- อาจทำให้รู้สึกไม่สบายหรือส่งผลต่อการเคี้ยวหรือทานอาหารในช่วงแรกได้
วิธีดูแลฟันระหว่างจัดฟันและหลังจัดฟัน
- ควรแปรงฟันเป็นประจำทุกวัน โดยควรแปรงฟันทุกครั้งหลังทานอาหารและก่อนนอน เพื่อกำจัดเศษอาหารที่ติดตามร่องฟัน
- ควรใช้ไหมขัดฟันในการทำความสะอาดซอกฟันก่อนนอนทุกวัน
- เลือกแปรงฟันที่ออกแบบสำหรับคนจัดฟัน เพราะจะช่วยทำความสะอาดฟันได้ดีกว่าแปรงฟันธรรมชาติ
- ควรแปรงซอกฟันทุกวันเพื่อเอาเศษอาหารที่ติดตามซอกฟันให้ออกมา
- เลือกใช้ยาสีฟันหรือน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์
- พบทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูนในทุก ๆ 6 เดือน
- เลี่ยงการทานอาหารที่เคี้ยวยากหรืออาหารแข็ง ๆ
- หากมีแผลที่เกิดขึ้นจากอุปกรณ์จัดฟัน สามารถใช้แว็กซ์หรือขี้ผึ้งเพื่อช่วยป้องกันการระคายเคืองผิวได้
- หากมีการเล่นกีฬาแนะนำให้ใช้อุปกรณ์กันกระแทกหรือเมาท์การ์ด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
การใส่รีเทนเนอร์หลังจัดฟัน
หลังจากที่จัดฟันเสร็จและถอนเครื่องมือจัดฟันออกแล้ว จะยังไม่ถือว่าการเสร็จสิ้นทั้งหมด เพราะสิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือการใส่รีเทนเนอร์ โดยในช่วง 6 เดือนแรกควรจะต้องใส่ตลอดเวลา ถอดออกเฉพาะตอนทานอาหาร และหลังจากนั้นสามารถลดลงจนเหลือแค่ใส่เฉพาะตอนนอนได้ ซึ่งตามความจริงแล้วแพทย์จะแนะนำให้ใส่ตอนนอนแบบตลอดชีวิต ซึ่งปัจจุบันรีเทนเนอร์เองก็มีหลายแบบให้เลือก ดังนี้
- รีเทนเนอร์แบบลวด (Hawley Retainer) : มีลักษณะเป็นลวดพาดผ่านด้านหน้าฟันที่มีฐานเป็นพลาสติก มีความแข็งแรงสูง มีอายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุด และมีราคาถูกที่สุด
- รีเทนเนอร์แบบใส (Clear Retainer) : ทำจากพลาสติกใสขึ้นรูปตามลักษณะของฟัน คล้ายกับที่จัดฟันใส โดยพลาสติกจะหุ้มฟันทั้งหมด ทำให้ใส่แล้วมองไม่เห็นรีเทนเนอร์ แต่มีข้อเสียคือแตกหักง่าย และสีเหลืองง่าย
- รีเทนเนอร์แบบติดแน่น (Fixed / Bonded Retainer) : จะเป็นลวดเส้นเล็ก ๆ ที่ติดไว้กับฟันด้านใน เป็นการใส่แบบถาวร แต่ข้อเสียคือทำความสะอาดยาก
คำถามที่พบบ่อย
เริ่มจัดฟันได้ตั้งแต่อายุเท่าไร
จำเป็นต้องถอนฟันไหม
ครั้งแรกเจ็บไหม เลือกแบบไหนเจ็บน้อย
จัดฟันทำให้หน้าเปลี่ยนจริงไหม
ผ่าตัดขากรรไกรก่อนจัดฟันได้ไหม
สรุป
การจัดฟันเหมาะกับทุกคนที่มีปัญหาในเรื่องของการเรียงตัวของฟัน การสบฟัน และสามารถทำได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยสิ่งที่ควรให้ความสำคัญที่สุดก็คือการเลือกทำกับทันตแพทย์ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการจัดฟัน คลินิกทำฟันที่ได้มาตรฐาน และมีใบอนุญาตที่ถูกต้อง หากสนใจเข้ารับการปรึกษาและประเมินแผนการรักษา สามารถติดต่อนัดหมายได้ทาง
เริ่มต้นรอยยิ้มสวยสไตล์เกาหลีวันนี้
ปรึกษาทีมทันตแพทย์ของ Seoul Korean Dental Clinic ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย นัดหมายง่าย ๆ ผ่านไลน์หรือโทร

